คุณรู้หรือไม่ว่า สัตว์ที่ถูกกล่าวขวัญ ถึงมากที่สุดเวลาเดินป่าคือตัวอะไรไม่ใช่เสือ ช้างป่า หรือหมาใน แต่สัตว์ ที่ว่ากลับมีขนาดเล็กนิดเดียว ลำตัวเป็นปล้องนิ่ม ๆ ยืดหดได้ รูปทรงเรียว ยาว มีเมือกเหนียวหุ้มลำตัวไว้ไม่ให้แห้ง และเคลื่อนไหวโดยกากระดืบช้า ๆ ที่สำคัญมันดูดเลือดเป็นอาหาร จนหลายคนขนานนามว่า "แวมไพร์แห่งพงไพร"
ปัจจุบันการท่องเที่ยวเชิง ธรรมชาติกำลังได้รับความนิยม นักท่องเที่ยวที่เลือกมาศึกษาความงามของ ธรรมชาติในช่วงหน้าฝนที่ป่าเขียวชอุ่มและงดงามมากที่สุด จึงหลีกเลี่ยงการ เผชิญกับทาก "จอมดูดเลือด" ได้ยากทากจะชูหัวทำหน้าที่คล้ายเรดาร์เพื่อจับหา ความร้อนจากตัวเหยื่อหรือแรงสั่นสะเทือนขณะเหยื่อเคลื่อนไหว เมื่อล็อกเป้า หมายได้แน่นอนแล้ว ทากจะคืบตรงไปเกาะติดตัวเหยื่ออย่างรวดเร็วเพื่อหาผิว หนังส่วนที่บางที่สุด เช่น ข้อพับ ซอกนิ้ว แล้วฝังเขี้ยวหรือขากรรไกรทั้ง สามแฉกซึ่งมีฟันซี่เล็กๆ ถี่ๆ จากนั้นก็ปล่อยสาร "ฮีรูดีน" ซึ่งทำให้เลือด ไม่แข็งตัว แล้วจึงเจาะดูดเลือดเหยื่อก่อนเดินเทรลเที่ยวป่า
นักท่องเที่ยวจึงควรเตรียมตัวให้พร้อม โดยแต่งกายให้รัดกุม ใส่ถุงกันทาก ที่ทำจากผ้าฝ้ายดิบเนื้อแน่นจนทากไม่อาจแทรกตัวผ่านมาถึงตัวเราได้ โดยสวม ทับถุงเท้าสูงขึ้นมาถึงเข่า แล้วสวมรองเท้าหุ้มส้นอีกที เท่านี้ก็เดิน เที่ยวป่าได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องพะวักพะวนว่าจะถูกเจ้าแวมไพร์จิ๋วแบ่งเลือด ไปใช้แต่หากเราป้องกันอย่างดีแล้วยังถูกเจ้าทากกัด ก็อย่าเพิ่งกระชากตัว ทากออกทันที เพราะจะทำให้เกิดบาดแผลใหญ่และเลือดไหลไม่หยุด
ขอแนะนำให้ค่อย ๆ ดึงตัวมันออก แล้วใช้กระดาษทิชชูปิดปากแผลไว้ เยื่อ กระดาษจะซับเลือดและช่วยให้เลือดแข็งตัวหยุดไหล ส่วนคนที่เดินป่าจนชำนาญ เขาจะหยิบฉวยใบสาบเสือที่มีฤทธิ์ห้ามเลือดได้มาขยี้แล้วโปะบนปากแผล แต่ สำหรับคนที่ใจบุญสุดๆ ผสมกับใจแข็งสุด ๆ ไม่บรื๋อไม่ยี้ จะปล่อยให้เจ้าทาก ดูดเลือดไปก่อนก็ได้ เพราะพอมันอิ่ม มันก็จะเก็บเขี้ยวและทิ้งตัวหลุดจากผิว หนังเราไปเองแม้คนทั่วไปจะรู้สึกกลัวทาก แต่แท้จริงแล้วพวกมันมีประโยชน์ อย่างยิ่ง เพราะสารสังเคราะห์ซึ่งเลียนแบบสารฮีรูดีนในตัวทากนั้นใช้เป็นตัวยาในครีม
นวดลดอาการฟกช้ำและยารักษาอาการเลือดอุดตัน ตามอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายคน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น