วันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ทาก แวมไพร์แห่งพงไพร











คุณรู้หรือไม่ว่า สัตว์ที่ถูกกล่าวขวัญ ถึงมากที่สุดเวลาเดินป่าคือตัวอะไรไม่ใช่เสือ ช้างป่า หรือหมาใน แต่สัตว์ ที่ว่ากลับมีขนาดเล็กนิดเดียว ลำตัวเป็นปล้องนิ่ม ๆ ยืดหดได้ รูปทรงเรียว ยาว มีเมือกเหนียวหุ้มลำตัวไว้ไม่ให้แห้ง และเคลื่อนไหวโดยกากระดืบช้า ๆ ที่สำคัญมันดูดเลือดเป็นอาหาร จนหลายคนขนานนามว่า "แวมไพร์แห่งพงไพร"
บรื๋อ!!!  สัตว์ที่เอ่ยถึงนี้เรารู้จักกันในชื่อ"ทาก"ความจริงแล้วทาก ไม่ได้น่ากลัวหรือมีอันตรายรวมทั้งไม่ใช่พาหะนำโรคอย่างที่คนส่วนใหญ่คิด แต่ทากกลับเป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าเพราะมันอาศัยในป่าทึบที่ มีความชื้นสูงและดำรงชีวิตด้วยการดูดเลือดสัตว์อื่นเป็นอาหาร  ฉะนั้นที่ไหน มีทากที่นั่นย่อมมีป่าสมบูรณ์และสัตว์ป่าชุกชุม
ปัจจุบันการท่องเที่ยวเชิง ธรรมชาติกำลังได้รับความนิยมนักท่องเที่ยวที่เลือกมาศึกษาความงามของ ธรรมชาติในช่วงหน้าฝนที่ป่าเขียวชอุ่มและงดงามมากที่สุดจึงหลีกเลี่ยงการ เผชิญกับทาก"จอมดูดเลือด"ได้ยากทากจะชูหัวทำหน้าที่คล้ายเรดาร์เพื่อจับหา ความร้อนจากตัวเหยื่อหรือแรงสั่นสะเทือนขณะเหยื่อเคลื่อนไหว  เมื่อล็อกเป้า หมายได้แน่นอนแล้วทากจะคืบตรงไปเกาะติดตัวเหยื่ออย่างรวดเร็วเพื่อหาผิว หนังส่วนที่บางที่สุดเช่นข้อพับซอกนิ้วแล้วฝังเขี้ยวหรือขากรรไกรทั้ง สามแฉกซึ่งมีฟันซี่เล็กๆถี่ๆ  จากนั้นก็ปล่อยสาร"ฮีรูดีน"ซึ่งทำให้เลือด ไม่แข็งตัวแล้วจึงเจาะดูดเลือดเหยื่อก่อนเดินเทรลเที่ยวป่า
นักท่องเที่ยวจึงควรเตรียมตัวให้พร้อมโดยแต่งกายให้รัดกุมใส่ถุงกันทาก ที่ทำจากผ้าฝ้ายดิบเนื้อแน่นจนทากไม่อาจแทรกตัวผ่านมาถึงตัวเราได้โดยสวม ทับถุงเท้าสูงขึ้นมาถึงเข่าแล้วสวมรองเท้าหุ้มส้นอีกทีเท่านี้ก็เดิน เที่ยวป่าได้อย่างสบายใจไม่ต้องพะวักพะวนว่าจะถูกเจ้าแวมไพร์จิ๋วแบ่งเลือด ไปใช้แต่หากเราป้องกันอย่างดีแล้วยังถูกเจ้าทากกัดก็อย่าเพิ่งกระชากตัว ทากออกทันทีเพราะจะทำให้เกิดบาดแผลใหญ่และเลือดไหลไม่หยุด

ขอแนะนำให้ค่อยดึงตัวมันออกแล้วใช้กระดาษทิชชูปิดปากแผลไว้เยื่อ กระดาษจะซับเลือดและช่วยให้เลือดแข็งตัวหยุดไหล  ส่วนคนที่เดินป่าจนชำนาญ เขาจะหยิบฉวยใบสาบเสือที่มีฤทธิ์ห้ามเลือดได้มาขยี้แล้วโปะบนปากแผล  แต่ สำหรับคนที่ใจบุญสุดๆผสมกับใจแข็งสุดไม่บรื๋อไม่ยี้จะปล่อยให้เจ้าทาก ดูดเลือดไปก่อนก็ได้เพราะพอมันอิ่มมันก็จะเก็บเขี้ยวและทิ้งตัวหลุดจากผิว หนังเราไปเองแม้คนทั่วไปจะรู้สึกกลัวทากแต่แท้จริงแล้วพวกมันมีประโยชน์ อย่างยิ่ง เพราะสารสังเคราะห์ซึ่งเลียนแบบสารฮีรูดีนในตัวทากนั้นใช้เป็นตัวยาในครีม นวดลดอาการฟกช้ำและยารักษาอาการเลือดอุดตัน ตามอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายคน  


 

วันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

สัตว์ร้ายที่มากับหน้าฝน

แมงป่อง


แมงป่องสัตว์มีพิษอีกชนิด มีกล้ามคล้ายปู แต่หาได้ใช้กล้ามทั้งสองไล่งับไม่ กลับใช้ปลายหางต่อยและปล่อยพิษที่มีฤทธิ์ต่อระบบประสาทและระบบเลือดแทน พิษของแมงป่องบางชนิดมีฤทธิ์ทำให้เสียชีวิตได้ โชคดีที่ชนิดนี้ไม่ค่อยพบในบ้านเรา แผลที่ถูกแมงป่องต่อยจะมี 1 รู เจ็บปวดมาก อาเจียน เลือดไหลไม่หยุด และอ่อนแรงได้
แนวทางปฐมพยาบาล ก็คล้ายกับการถูกงูหรือตะขาบกัด แต่ที่สำคัญคือ ควรนำตัวส่งโรงพยาบาลด้วย หากจะป้องกันก็ง่ายๆ ทำลายแหล่งกบดานซะ ทำบ้านที่โล่งและเรียบ จะได้ไม่มีแมงป่องมาอาศัยอยู่ให้เป็นอันตรายต่อคนและสัตว์เลี้ยงไงครับ






ตะขาบ



ตะขาบเป็นสัตว์ข้อปล้องที่มีพิษ แต่พิษไม่รุนแรงขนาดทำให้เสียชีวิต หากถูกตะขาบกัดจะพบรอยเขี้ยว 1-2 แผล (มองเผินๆ คล้ายถูกงูกัด แต่ไม่ลึกเท่า) พิษจะทำให้เจ็บปวด แดง ร้อน บางรายก็อาจมีอาการแพ้พิษ ซึ่งจะพบการบวมที่แผล แต่ที่สำคัญ คือ อาจมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนได้ ซึ่งอันตรายกว่าพิษของตะขาบเสียอีก
การปฐมพยาบาลเมื่อถูกตะขาบกัด ให้ทำความสะอาดแผลด้วยน้ำเกลือล้างแผล โดยพยายามไล่เอาเลือดเสียออกมาเท่าที่จะทำได้ แต่อย่าบีบแรงเพราะจะไปทำลายเนื้อเยื่อโดยรอบได้ หากปวดบวมให้ประคบเย็นบริเวณที่ถูกกัดเพื่อลดปวด ไม่ควรประคบร้อนเด็ดขาดหากไม่ดีขึ้นควรพไปบคุณหมอครับช่วงฤดูฝนอย่างนี้ตะขาบชุกชุมนัก เพราะมันหนีน้ำท่วม น้ำขังเข้ามาในบ้าน มักอยู่ตามซอกตามมุม ในที่อับๆ ตามผ้าห่ม ในรองเท้า คนโบราณใช้น้ำมันทาร์ทาตามประตู-หน้าต่าง เค้าว่าสามารถกันตะขาบไม่ได้เข้ามาในบ้านได้  







ปลิง
ปลิงเป็นสัตว์ที่อยู่ในน้ำ โดยเฉพาะน้ำนิ่งๆ ทั้งหนองน้ำ ลำธาร รวมถึงบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง ในประเทศไทยมักพบปลิง 2 ชนิด คือ ปลิงเข็ม ตัวยาวขนาดใกล้เคียงกับก้านไม้ขีดไฟ อีกชนิดเป็นปลิงควาย ตัวยาว 3นิ้ว ลำตัวกว้าง 1 นิ้ว
ระหว่างที่ปลิงเริ่มกัดและดูดเลือดจะปล่อยสารที่มีฤทธิ์คล้ายยาชาออกมา ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บ ทั้งยังมีสารช่วยขยายหลอดเลือดและสารต้านการแข็งตัวของเลือด เพื่อให้ดูดเลือดได้ต่อเนื่อง หากปลิงยังดูดเลือดไม่อิ่มก็ยังจะเกาะอยู่อย่างนั้น โดยจะหลุดออกเมื่ออิ่ม ทว่าถูกรุมเกาะหลายตัวและถูกดูดเลือดมาก ก็จะเกิดอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด





งู

ขึ้นชื่อว่า “งู” บางคนฟังแล้วอาจขนลุก งูแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ งูมีพิษกับงูไม่มีพิษ งูพิษเป็นสัตว์อันตรายมากว่า เพราะพิษมีฤทธิ์ทำลายหลายระบบ จะได้รับพิษจากการถูกงูกัดหรือถูกพ่นพิษเข้าใส่ (งูเห่าพ่นพิษได้) ซึ่งพิษจะออกฤทธิ์ต่อระบบใดนั้นขึ้นกับชนิดของงู เช่น พิษจากงูจงอาง งูเห่า และงูสามเหลี่ยมจะออกฤทธิ์กับระบบประสาทและกล้ามเนื้อหัวใจ ส่วนพิษจากงูเขียวหางไหม้ งูกะปะ และงูแมวเซาจะออกฤทธิ์กับระบบเลือด และพิษจากงูทะเลจะออกฤทธิ์กับกล้ามเนื้อ แต่ใช่ว่างูไม่มีพิษจะไม่อันตรายนะครับ ในน้ำลายของงูมีเชื้อโรคมากมาย อาจทำให้เกิดการติดเชื้อแทรกซ้อนตามมาได้เช่นกัน


วิธีปฐมพยาบาลเมื่อน้องหมาถูกงูกัด

ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ห้ามนำแผลไปแช่น้ำอุ่น เพราะพิษจะแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ห้ามใส่สุรา หรือพอกน้ำแข็งที่แผล ให้รัดเหนือแผลประมาณ 2 นิ้ว ทิศทางเข้าหาหัวใจ รัด ด้วยเชือกหรือผ้าแน่นพอควร แต่สามารถสอดนิ้วได้ แล้วให้คลายทุกๆ 10 นาที เพื่อป้องกันการขาดเลือดมาเลี้ยง โดยคลายครั้งละ 1 นาที   (แต่หากถูกกัดมานานกว่าครึ่งชั่วโมงแล้วการรัดอาจไม่ได้ผล)แล้วรีบนำส่งโรงพยาบาล โดยอาจโทรติดต่อคุณหมอก่อน เพื่อให้คุณหมอได้เตรียมเซรุ่มไว้ เผื่อ บางทีคุณหมออาจไม่มีเซรุ่มสำรอง












ยุง
หลายคนคงอาจงง อ่าว...แล้วยุงเกี่ยวอะไร ไม่เห็นมีพิษตรงไหนเลย ถูกครับยุงไม่มีพิษ แต่ยุงนำโรคไขมาลาเรีย ไข่เลือดออก ซึ่งจะพบตุ่มแดงตามส่วนที่มีขนบางหรือไม่มีขน เพราะยุงจะกัดได้ง่าย เช่น ปลายจมูก รอบตาใบหู เป็นต้น ถ้าเป็นอาการแพ้แบบนี้ก็อาจต้องพึ่งยากดภูมิคุ้มกันจากคุณหมอครับช่วงฤดูฝนอย่างนี้ ยุงก็เยอะเสียด้วย จึงอยากให้เพื่อนๆ ใส่ใจ อย่ามองข้ามภัยร้ายที่มากับยุงนี้ด้วยครับ วิธีที่ดีสุด คือ ให้ทายากันยุง เพราะการจุดยากันยุง ควันอาจเป็นอันตรายต่อเราและคนรอบข้างได้















 

อุปกรณ์เดินป่าช่วงหน้าฝน

การเตรียมสัมภาระ
         1. เครื่องแต่งกาย ควรเลือกเสื้อผ้าที่มีเนื้อบางๆ และแห้งง่ายสักหน่อย และควรแบ่งชุดไว้สำหรับใส่เดินป่า 1 ชุด และสำหรับใส่นอนอีก 1 ชุดก็เพียงพอแล้ว ส่วนชุดที่จะใช้เปลี่ยนใส่กลับบ้านนั้นควรแยกฝากไว้ที่อุทยานฯ หรือในรถตู้ที่นั่งไปก็ได้ (จะได้ไม่หนักเป้ไงคะ) และจะดีมากถ้าหาเสื้อผ้าร่มไว้สักตัว เวลานอนก็เอามาสวมทับไว้อีกที จะช่วยเก็บไอตัวให้อุ่นได้พอสมควร แล้วยังใช้ใส่กันฝนที่ตกเล็กน้อยได้อีกด้วย
          2. รองเท้า รองเท้าเดินป่าสำหรับหน้าฝนที่ต้องลุยน้ำลุยท่าเปื้อนดินเปื้อนโคลนตลอดเวลา ควรเป็นรองเท้าที่มีพื้นยางอ่อนนุ่ม และเกาะพื้นหินได้ดี ตัวผนังรองเท้าควรเป็นผ้า และระบายอากาศได้ดี ควรทำความสะอาดง่ายและมีความคงทนด้วยค่ะ
          3. ที่พักแรมหรือที่นอน หน้าฝนควรใช้เปลสำหรับเป็นที่นอน เพราะน้ำหนักเบาและกันฝนได้ดีมากหากผูกใต้ฟลายชีท หรือผ้าใบที่กางไว้สำหรับกันลมกันฝน แต่ก็ต้องทำสายเปลให้พิเศษหน่อย เพื่อดักน้ำที่ซึมมาตามสายเปลเพราะมิฉะนั้นน้ำจะซึมมาเรื่อยๆ จนถึงตัวเปล แล้วก็จะลามมาถึงหลังเลยแหละ
  เปลมีสองแบบคือแบบมีมุ้งกับแบบไม่มีมุ้ง ถ้ากลัวยุง ก็ควรซื้อแบบมีมุ้ง แพงหน่อยแต่กันยุงและกันแมลงได้ดี แบบไม่มีมุ้งราคาไม่แพงมาก เวลาซื้อให้เลือกดูว่าเป็นผ้าหน้ากว้างแค่เมตรเดียวเท่านั้นแต่ความยาวไม่จำกัด ไม่ควรเลือกเปลที่นำผ้ามาต่อกัน และเวลาซื้อควรซื้อที่มีขนาดยาวสักหน่อยจะได้ไม่ห่อตัวหรือสั้นเกินไป และไม่ควรยาวเกินไป
      เมื่อซื้อมาแล้วก็ควรเปลี่ยนสายเสียใหม่ให้เส้นใหญ่และยาวกว่าเดิม เพราะเชือกที่มีติดมากับเปลจะมีขนาดเล็กและสั้น เวลาใช้งานจะไม่สะดวกถ้าต้นไม้อยู่ห่างกันมากๆ จะผูกไม่ถึง คำแนะนำง่ายๆ ก็คือซื้อเชือกร่มที่มีขายในร้านนั่นแหละสักด้านละ 4 เมตร กำลังเหมาะดีทีเดียว
       4. อุปกรณ์ทำกิน หรืออาหารยังชีพ ในป่าหน้าฝนไม้ทำฟืนจะหายากเพราะเปียกน้ำหมด เตาแค้มปิ้งแก๊สหรือเตาน้ำมันเป็นตัวเลือกที่ดีทีเดียว เวลาจะเลือกซื้อต้องคิดดูให้ดีก่อนว่าจะเอาแบบไหน เตาแค้มปิ้งแก๊ส เวลาซื้อราคาเตาจะถูกกว่าซื้อเตาน้ำมัน เพราะจะอยู่ที่ประมาณไม่เกินพันบาท แต่เตาน้ำมันราคาสามพันขึ้นไป ถ้าใช้ไม่บ่อยนักควรเลือกเตาแค้มปิ้งแก๊ส เพราะลงทุนขั้นต้นน้อยหน่อย แต่ระยะยาวจะบานปลายเพราะต้องใช้แก๊สกระป๋อง ซึ่งหมดเร็วเสียด้วย
          ทริปนึง อย่างน้อยต้องมีถึง 4 กระป๋องถึงจะพอ ถ้าต้องใช้ร่วมกับตะเกียงด้วยก็ยิ่งต้องเผื่อไปอีก เตาน้ำมันลงทุนขั้นต้นสูงหน่อยแต่ตอนใช้งานซื้อน้ำมันเบนซินติดไปลิตรเดียวก็พอใช้ได้สองสามวันเลย แต่ก็ต้องระมัดระวังในการแพ็คให้ดี เพราะถ้าหกขึ้นมาละก็ได้เหม็นไปทั้งเป้แน่นอน ส่วนพวกถ้วยชาม หม้อ ให้หาซื้อกะละมังอลูมิเนียมตามตลาดจะดีที่สุด เพราะมีน้ำหนักเบาและราคาถูก
        แต่ถ้าไปซื้อในร้านเดินป่าก็จะเป็นชุดสวยหรูมาจากนอก แต่ราคาแพง จึงไม่จำเป็นเท่าไหร่ค่ะ เพราะการเที่ยวป่าควรประหยัดและเอาไปแต่ของที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น หม้อสนามควรมีติดไว้สักสามใบ สำหรับคนจำนวน 10 - 12 คน เผื่อเจ้าหน้าที่กับลูกหาบด้วย กระทะ ตะหลิว ไม่จำเป็นต้องขนไปให้หนักเพราะกินไม่กี่มื้อ ใช้หม้อสนามกับทัพพี ก็พอถูไถได้เหมือนกันค่ะ
         5. วิธีแพ็คเป้ เวลาเดินป่าในหน้าฝนเนี่ย ก็อาจจะต้องมีบางครั้งที่ต้องเดินฝ่าฝนกันด้วย ทำอย่างไรดี ข้าวของข้างในต้องเปียกหมดแน่เลย!! เคล็ดลับง่ายๆ อยู่ตรงนี้ค่ะเวลาจะเอาเสื้อผ้าและสัมภาระต่างๆ ลงเป้ ให้เอาถุงพลาสติกใบโตๆ ยัดไว้ในเป้ แล้วเอาของทั้งหมดใส่ไว้ในถุงพลาสติกอีกที แค่นี้ก็หายห่วงแล้วล่ะค่ะ
         ไม่ว่าฝนจะตกหนักขนาดไหนก็จะเปียกแค่เป้ แต่ของในเป้จะไม่เปียกเพราะมีถุงพลาสติกรองรับไว้แล้ว จะห่วงก็แต่นักเดินทางนี่แหละค่ะ เดินตากฝนต้องกระทบต่อสุขภาพแน่เลย อย่าลืมตรวจเช็คสภาพร่างกายก่อนออกเดินทาง เตรียมยา และเครื่องปฐมพยาบาลไว้ให้พร้อม
           อ้อ..อย่าลืมถุงกันทากด้วยนะคะ แล้วก็สูตรกันทากสูตรต่างๆ เตรียมไว้ด้วย หน้าฝนทากจะชุกชุมมากเป็นพิเศษ แต่ถ้าป้องกันดีก็หายห่วง แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ เตรียมตัวออกเดินทางกันได้เลย...